RSS

เปรียบเทียบจำนวนหุ้นขึ้นกับหุ้นลงในแต่ละวัน (DAILY HIGH/LOW INDICATOR)

06 พ.ค.

เปรียบเทียบจำนวนหุ้นขึ้นกับหุ้นลงในแต่ละวัน (DAILY HIGH/LOW INDICATOR)

     เวลาหุ้นตก  เชื่อว่าคุณจะพลอยใจคอวูบวาบตกตามไปด้วย  และอยากรู้เหลือเกินว่า  อีกนานเท่าไรมันจึงหยุดตก  แล้วเชิดหัวขึ้นมาใหม่  หรือบางระยะ  ตลาดขึ้นๆ ลงๆ วับๆ แวมๆ ก็ไม่รูว่าเมื่อไหร่มันจะ “จริง” ส่วนใหญ่แล้วจะ “เบลอ” อาจต้อง “รอดูก่อน” ไปอีกสักระยะหนึ่ง  อาจทำให้เสีย “โอกาส” ไปอย่างน่าเสียดาย  วิธีนี้อาจสามารถช่วย “ถม” ช่องว่างนี้ให้แก่คุณได้บ้าง
     โจเซฟ  แกรนวิลล์ (Joseph Granville) คือผู้คิดค้นวิธีนี้  วิธีการของโจเซฟ  ง่ายชนิดที่คนทั่วไปคาดไม่ถึง  เขาเพียงแต่คัดเลือกหุ้นที่ขึ้นและลงต่อในแต่ละวันมาเปรียบเทียบกันว่าส่วน ไหนจะมากกว่ากัน  และสะสมเพิ่ม ในอัตราเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไร หากปรากฏว่าจำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาขึ้น “เพิ่มมากขึ้น” ก็แสดงว่าตลาด “ขึ้น” แน่ แต่หากจำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาตก “เพิ่มมากขึ้น” ก็แสดงว่าตลาดตกแน่
     เขาเปรียบเทียบตลาดหุ้นว่าเหมือนกับอ่างอาบน้ำ  จำนวนหุ้นที่ราคาขึ้นลงอย่างต่อเนื่องเป็นเหมือนน้ำในอ่าง  ถ้าหากระดับน้ำสูงขึ้นเรื่อยๆ เราก็ตักตวงได้เต็มที่  ตรงกันข้าม  หากระดับน้ำลดลงจนเหือดแห้งเราก็ไม่มีน้ำอาบ  หมดโอกาสทำกำไร  หรือแม้ทำได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ
     จากสมมติฐานดังกล่าว  เมื่อใดที่ภาวะตลาดปรับตัวสูงขึ้น  จำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาขยับสูงขึ้นต่อเนื่องจากวันก่อน  ก็จะ “เพิ่มมากขึ้น” ด้วย  เป็นเงาตามตัว  ตรงนี้คุณจะต้องระวังด้วยว่า  ตัวเลขที่เพิ่มมากขึ้นนั้น  จะต้องเป็นตัวเลข “เพิ่มสะสม” ไม่ใช่เฉพาะตัวเลข “มากกว่า” หรือ “น้อยกว่า” อย่างเดียว หมายความว่า  จะต้องสะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของภาวะตลาดอย่างชัดเจน ถ้าจับตรงนี้ได้  คุณก็จับกระแสใหญ่ของตลาดได้
     เมื่อใดที่คุณคำนวณได้ว่า  จำนวนสะสมของหุ้นที่ราคาสูงขึ้น (ผลรวมในแต่ละวันของจำนวนหุ้นที่ราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องภายหลังหักจำนวนหุ้นที่ลดลงอย่างต่อเนื่องแล้ว) เริ่มเพิ่มมากขึ้น  คือเริ่มเห็นเด่นชัดขึ้น  แสดงว่าภาวะตลาดเริ่มฟื้นตัวแล้ว  และหากเหตุการณ์ยังดำเนินต่อไปอีก  ในลักษณะนั้น  ก็เป็นอันชัดเจนว่า  ตลาดได้ก้าวเข้าสู่ระยะ “ขึ้น” แล้ว  กระทิงเริ่มส่ายหัวไปมา  หายใจฟืดฟาด  ทำท่าจะออกวิ่งแล้ว  สามารถชี้ลงไปได้เลยว่า ตลาด “ไป” แน่  ตรงข้าม เมื่อใดที่จำนวนหุ้นที่ราคาตกมีมากกว่าหุ้นที่ราคาขึ้น  และ “สะสมเพิ่มขึ้น” ก็หมายความว่า ตลาด “ลง” แน่
     ด้วยวิธีการนี้ เราสามาถจับกระแสตลาดได้ทั้งหมด 4 ทางด้วยกันคือ
     1.  ถ้าจำนวนสะสมของหุ้นราคาขึ้น  เพิ่มมากขึ้น  ตลาดไปแน่
     2.  ถ้าจำนวนสะสมของหุ้นราคาตก  เพิ่มมากขึ้น  ตลาดลงแน่
     3.  ถ้าจำนวนสะสมของหุ้นราคาขึ้น  เพิ่มมากขึ้น  แต่เพิ่มในอัตราที่ต่ำลง (ส่วนต่างระหว่างจำนวนหุ้นที่ราคาขึ้นอย่างต่อเนื่องกับที่ตกอย่างต่อเนื่อง หดแคบลงเรื่อยๆ ) แสดงว่าตลาดที่มาแรงนั้นเริ่มแผ่วใกล้ถึงจุดหักเห  อาจพลิกไปเป็นตลาดขาลงในอีกไม่นานนัก
     4.  ถ้าจำนวนสะสมของหุ้นราคาตก  เพิ่มมากขึ้น  แต่เพิ่มในอัตราที่ต่ำลง  แสดงว่าตลาดหมีกำลังจะสิ้นสุดลง  ตลาดจะไม่ตกต่อไปอีกแล้ว
หลักการใช้
     ถ้าจะใช้วิธีการนี้ได้ดี  คุณต้องลงแรง  ทำสถิติจำนวนหุ้นที่ราคาขึ้นและตกต่อในแต่ละวัน  หาจำนวนแตกต่างของหุ้นสองชนิดนี้และรวมรวมสะสมเป็นดัชนีชี้นำการวิเคราะห์ ภาวะตลาดด้วยตนเอง  ไม่นานก็จะใช้เป็นใช้คล่องสร้างโอกาสทำกำไรให้แก่ตนเองมากขึ้นกว่าเดิมได้ อีกด้วย
     บทความนี้คัดมาจากหนังสือแม่ไม้หุ้น ของลุ้น พารวย  ผลงานกลุ่มเบี้ยฟ้า   ซึ่งอาจจะมีประโยชน์กับคุณไม่มากก็น้อย

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: